ณ ปากแม่น้ำคาตาตัมโบ (Catatumbo) รอยต่อกับทะเลสาบมาราไคโบ
(Lake Maracaibo) ประเทศเวเนซูเอลา ดินแดนแห่งสาวงามหน้าเข้ม
บริเวณนี้สายฟ้าฟาดเปรี๊ยะๆ แทบจะทุกวัน และวันไหนที่ฟ้าลงก็ลงแทบจะตลอดวัน
กล่าวคือใน 1 ปี 365 วัน จะมีฟ้าผ่าประมาณ 140-160 วัน
และถ้าวันไหนฟ้าขยันฟาดก็อาจจะนับได้ถึง 280 ครั้ง ต่อเนื่องได้ยาวนานนับ 10
ชั่วโมง และอาจจะมีความถี่ได้อีก 16-40 ครั้งต่อนาที
เฉลี่ยให้เห็นภาพชัดขึ้นคือผ่าได้ 3,600 ครั้งต่อ 1 ชม. หรือราว 1.2
ล้านครั้งต่อปี และช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่สุด
หากใครจะเดินทางไปชมแนะนำว่าเดือนเมษายน – พฤษภาคม
รับรองว่าคุณจะได้เห็นแสงสีพร้อมเสียงสนั่นหวั่นไหวจนสะใจ ซึ่งเส้นของสายอสุนีบาตสามารถมองเห็นได้ชัดจากระยะไกลถึง
400 กิโลเมตร โดยจะมีกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ถึง 400,000 แอมป์
ซึ่งฟ้าผ่าปกติจะมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านเพียง 30,000-120,000 แอมป์เท่านั้น
ลองชี้นี้วกลับเข้ามาที่ศัพท์เฉพาะกันสักนิด “ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าคาตาตัมโบ” นั้นเกิดได้อย่างไร?
มันมีที่มาจากน้ำในทะเลสาบไหลผ่านตมในที่ลุ่มจำนวนมาก ซึ่งพวกตมโคลนเหล่านั้นประกอบขึ้นด้วยสารอินทรีย์
ที่กำลังสลายตัว ก่อให้เกิดกาซมีเทนลอยตัวขึ้นที่สูง
เมื่อก๊าซมีเทนเจอการเสียดสีจากลมร้อนที่ถูกพัดมาจากทะเลแคริบเบียน
และลมที่พัดมาจากฝั่งเทือกเขาแอนดีส จึงเกิดความร้อน
และเกิดการสะสมของประจุไฟฟ้าในอากาศจำนวนมหาศาล ส่งผลให้อากาศขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อสะสมไว้มากจนเกินไปก็ต้องมีการปลดปล่อย
และเมื่ออากาศไปปล่อยประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆกับพื้นโลก
มันก็ส่งผลให้เกิดฟ้าผ่าขึ้น
ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าคาตาตัมโบ นั้นมีระบุว่าเกิดได้หลายแห่งบนโลกใบนี้
ที่มีปฏิกิริยาต้นกำเนิดคล้ายกัน เคยพบที่อินเดีย โคลัมเบีย อูกันดา
เพียงแต่ว่าไม่ยาวนานต่อเนื่องจัดหนักแบบที่เวเนซูเอล่าแห่งนี้เท่านั้น
และด้วยความร้อนแรงของที่นี่ทำให้มีการบันทึกสถิติต่างๆ
ลงกินเนสท์บุ๊คไว้เป็นที่เรียบร้อย
© Alan Highton / Barcroft Media
© Alan Highton / Barcroft Media
"ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าคาตาตัมโบ"
อ้างอิง
ภาพถ่าย © Alan Highton / Barcroft Media



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น